.......................................................................................................................................................................

สวัสดี ท่านผู้อ่านเดือนกันยายนครับ

                  ท่านผู้อ่านเคยได้ยินคำๆ นี้ไหมครับ “ ความหลากหลายทางชีวภาพ ( Biodiversity)” สำหรับคำๆ นี้ มองผิวเผินเหมือนจะเป็นภาษาทางวิชาการที่ดูแล้วอาจเข้าใจยาก แต่จริงๆ แล้วถ้าเราไม่เจาะลึกลงรายละเอียดมากนัก ศัพท์คำว่าความหลากหลายทางชีวภาพก็ไม่ใช่สิ่งที่เข้าใจได้ยากจนเกินไป บางทีนะ อาจได้ง่ายกว่าคำว่า ระบบนิเวศ ซักอีกนะครับ หากเราแยกคำศัพท์คำนี้ออกมา เราก็จะได้คำว่า “ ความหลากหลาย ” และ “ ชีวภาพ ” ซึ่ง “ ความหลากหลาย ” ความหมายก็ตรงตัวอยู่แล้ว ส่วนคำว่า “ ชีวภาพ ” ก็คือ สิ่งมีชีวิต เมื่อนำสองคำมารวมกัน ก็คือ ความหลากหลายของสิ่งมีชิวิตนั่นเอง

ในภาษาทางวงการอนุรักษ์แล้ว ความหลากหลายทางชีวภาพ จะสามารถแบ่งแยกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ความหลากหลายทางระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ และความหลากหลายทางพันธุกรรม ในแต่ละพื้นที่ถ้าจะบอกว่าสถานที่ใด มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์ จะต้องมีครบทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ และไม่ใช่ครบแบบธรรมดา แต่ในแต่ละองค์ประกอบต้องมีความสมบูรณ์ ในตัวของมันด้วย ซึ่งหากเราจะลงในรายละเอียดมันก็จะเป็นเรื่อง ที่ซับซ้อนพอสมควร เอาเป็นว่าวันนี้เราจะกล่าวถึงความหลากหลาย ทางชนิดพันธุ์เป็นหลักไปก่อนนะครับ ซึ่งในโอกาสต่อไปก็จะขอนำเสนอ ความหลากหลายในองค์ประกอบอื่นๆ ต่อไป

                   ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็หมายถึงชนิดของสิ่งมีชีวิต ที่มีอยู่หลายประเภทในพื้นที่ใดๆ เช่น ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ในบ้านของเรา ก็จะหมายถึง ตัวเราเอง (มนุษย์) หากบ้านไหนชอบเลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ก็สามารถเหมารวมน้องหมา น้องแมว น้องนก (สัตว์) น้องกระต่าย น้องปลาช่อน ปลาทอง ต้นไม้สารพัดชนิด หรือแม้แต่บรรดาสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญแต่ก็อยู่ในบ้านเราด้วย เช่น มดแดง มดดำ จิ้งจก แมลงสาบ ปลวก หนู โอ้วสารพัด ไปๆ มาๆ บ้านเราก็ถือว่ามีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์พอสมควรนะครับ สำหรับที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบางปู เราก็สามารถพบชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิต (ทั้งสัตว์และพืช) ได้เข้าขั้นมากมายทีเดียวเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่แค่ 600 กว่าไร่เท่านั้น ซึ่งเราสามารถแบ่งกลุ่มชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่พบในพื้นที่ชุ่มน้ำบางปูได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

                กลุ่มพันธุ์ไม้ทั้งพันธุ์ไม้ป่าชายเลนและพันธุ์ไม้อื่นๆ ประมาณ 53 ชนิด อาทิ ไม้แสม ไม้โกงกาง โพทะเล ชะคราม จาก ผักบุ้งทะเล หูกวาง มะขามเทศ สะเดา กระถินน้อย  

                กลุ่มนก นกน้ำ ประมาณ 200 ชนิด (จาก 987 ชนิดในประเทศไทย) แบ่งเป็นนกประจำถิ่น เกือบ 70 ชนิด อาทิ นกกาน้ำเล็ก นกตีนเทียน นกแขวก นกยางควาย ส่วนนกอพยพประมาณ 130 ชนิด อาทิ นกนางนวลธรรมดา นกกระสานวล นกทะเลขาแดง นกปากแอ่นหางดำ หรือแม้แต่กลุ่มนกหายาก เช่น นกช้อนหอยดำเหลือบ นกจมูกหลอดลาย

                กลุ่มสัตว์หน้าดิน และสัตว์ชายหาด เท่าที่สำรวจในปัจจุบันประมาณ 70 ชนิด อาทิ ปูแสมก้ามม่วง ก้ามชมพู ปูก้ามดาบ ปูใบ้ หอยแมลงภู่ หอยนางรม หอยแดง หอยขึ้นกทราย เพรียงหิน เพรียงเรือ ไส้เดือนทะเล ดอกไม้ทะเล กุ้งเคย กุ้งดีดขัน

                กลุ่มปลา บริเวณใกล้ชายฝั่งและในบ่อน้ำกร่อย ประมาณ 50 ชนิด อาทิ ปลากระจัง ปลาตีน ปลาหลาด ดุกทะเล หมอเทศ ปลากินยุง ปลากระบอก

                กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งูหลาม งูเหลือม ตัวเงินตัวทอง เป็นต้น

                อย่างที่ผู้เขียนได้เขียนมาถึงตรงนี้นะครับ ท่านผู้อ่านอาจจะเห็นได้ว่าที่บางปูของเรามีชนิดพันธุ์ทั้งสัตว์และพืชใช่น้อยทีเดียว ในความรู้สึกของผู้เขียนถือว่าค่อนข้างเยอะด้วยนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มนกก็เกือบหนึ่งในสี่ของนกในประเทศไทยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มสัตว์ประเภทหนึ่งที่ถือว่าพบได้น้อยมากที่บางปูก็คือกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หากไม่นับพวกหนู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ แทบไม่พบเลย ทั้งๆ ที่เมื่ออดีตเราก็ยังพบได้เช่นนาก หรือแม้แต่สัตว์ตระกูลเสืออย่างเสือปลา แน่นอนมาถึงตรงนี้คงช้าเกินไปที่จะมาหาสาเหตุว่าทำไมมันหายไป สิ่งสำคัญก็คือเราจะรักษาสิ่งที่เหลืออยู่ได้อย่างไร และหากเรารักษาพื้นที่ไว้ได้ดีๆ มีการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติให้หวนคืนมาให้ได้มากที่สุด ไม่ทำร้ายเขาไปมากกว่านี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างนาก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างหนึ่ง อาจจะหวนคืนมาให้เราได้เห็นชีวิตแสนซนของเขาอีกก็เป็นได้นะครับ

เรียบเรียง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) ฯ

 

 
 
 
 
 

 

Copyright 2008 by Bangpu Nature Education Centre , All rights reserved.